วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

การผลิตมะม่วงนอกฤดู


วิธีการผลิตมะม่วงนอกฤดู
1. การราดสาร หลังจากได้มีการเตรียมพร้อมให้กับต้นมะม่วงมาระยะหนึ่งแล้ว จะต้องตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยเคมี 15-15-15 ทางดินและฉีดพ่นทางใบด้วยไธโอยูเรีย อัตราส่วน 100 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตรเพื่อให้มะม่วงแตกใบอ่อนมาพร้อมกัน หลังจากที่ยอดอ่อนมะม่วงเข้าสู่ระยะใบพวง คือใบเริ่มเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีเขียว ก็ให้ทำการราดสารพาโคลบิวทราโซลความเข้มข้น 10% ผสมน้ำราดลงให้ชิดโคนต้น
1.1 พันธุ์มะม่วงที่ออกดอกง่าย อัตราส่วนในการใช้สารต่อต้น 1:10 ความกว้างของพุ่ม (เมตร): ปริมาณสารที่ใช้ (กรัม หรือ ซีซี)
1.2 พันธุ์มะม่วงที่ออกดอกยาก อัตราส่วนในการใช้สารต่อต้น 1: 15 ความกว้างทรงพุ่ม (เมตร): ปริมาณสารที่ใช้ (กรัม หรือ ซีซี)
ถ้ามะม่วงมีทรงพุ่ม 4 เมตร จะต้องใช้สาร 60 กรัม หรือ 60 ซีซี

หลังจากนั้นนำสารพาโคลบิวทราโซลความเข้มข้น 10 % ผสมกับน้ำปริมาณ 20 ลิตร ราดลงดินชิดโคนต้น ที่ได้มีการทำความสะอาดและกำจัดวัชพืชไว้ก่อนแล้ว นอกจากการราดสารพาโคลบิวทราโซลที่โคนต้นมะม่วงแล้ว เกษตรกรบางรายยังใช้สารพาโคลบิวทราโซล 10 % อัตราส่วน 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือเท่ากับ 1000 ส่วนต่อล้านส่วนฉีดพ่นทางใบ ระยะใบพวงก็ให้ผลได้เช่นเดียวกันกับวิธีการาดสารทางดิน

2. การดูแลหลังการราดสารพาโคลบิวทราโซล - หลังราดสารแล้วให้น้ำในบริเวณทรงพุ่มให้ชุ่ม ในระดับความลึก 10-15 เซนติเมตร ทุก 5 วัน จำนวน 4-5 ครั้ง เพื่อสารถูกดูดลำเลียงไปที่ยอด เปลี่ยนตาใบให้เป็นตาดอก หลังราดสาร 30 วัน ควรให้ปุ๋ยเพื่อสร้างตาดอก ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง ทางดินหรือโดยทางใบฉีดพ่นทุก ๆ 10 วัน จำนวน 2-3 ครั้ง มะม่วงก็จะเริ่มสร้างตาดอกจะเกิดใบอายุไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพันธุ์เบาหรือพันธุ์หนัก พันธุ์เบาออกดอกง่ายใช้เวลา 60-70 วัน พันธุ์หนักออกดอกยากใช้เวลา 90-120 วัน - กรณีที่ใช้สารพาโคลบิวทราโซลราดในช่วง ฤดูฝน บางครั้งตาดอกอาจเปลี่ยนเป็นตาใบได้ ควรป้องกันโดยพันธ์ที่ออกดอกง่าย เมื่ราดสารพาโคลบิวทราโซลไปแล้ว 1 เดือน ควรพ่นด้วยปุ๋ย 0-52-34 โมโนโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส อัตรา 150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร จำนวน 2 ครั้ง ห่างกัน 10-14 วัน ในพันธุ์ออกดอกยากควรพ่นปุ๋ยดังกล่าวข้างต้นเมื่อราดสารพาโคลบิวทราโซล ไปแล้ว 2 เดือน - 

เมื่อมะม่วงครบกำหนดเกิดตาดอกแล้วมะม่วงจะแสดงอาการก้านใบลู่ หรือตั้งฉากกับกิ่ง เมื่อจับใบมาบีบดูจะกรอบ ยอดสั้นเป็นกระจุกมีตาโผล่ออกมาเห็นชัด ให้ฉีดพ่นโพแทสเซียมไนเตรท 500 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไทโอยูเรีย 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ตาดอกจะแทงช่อและดอกบานภายใน 1 เดือน ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ดอกบานในฤดูฝน เพราะการติดผลไม่ดี และต้องพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชสูงมาก
หลังจากแทงช่ออกดอกติดผลจนถึงผลแก่ มีการปฏิบัติดูแลรักษา เช่นเดียวกันกับการผลิตมะม่วงโดยทั่วไป

ขอขอบคุณแหล่งที่มา http://knowledge.kasetbay.com , http://ecepost.com/

การเลี้ยงปลาด้วยบ่อพลาสติก แบบอิงธรรมชาติ


เกษตรในครัวเรือน ในรูปแบบต้นทุนต่ำ เพื่อไว้บริโภคหรือ ขายก็ได้เลี้ยงปลาหมอต้นทุนต่ำ เป็นงานเสริมเล็กๆเพื่อ บริโภคในครอบเรือน

ชมคลิป



ที่มาของคลิป facebook ต้นไทร หัวใจร่มเย็น , https://www.youtube.com/watch?v=SymBHi4UfGY

วิธีเลี้ยงให้ได้ขนาดและอัตราที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร

อยากเลี้ยงปลา แต่ไม่รู้วิธีการเลี้ยง มาดูวิธีการเลี้ยงปลาแบบง่ายๆขอให้ได้มาตรฐานเพียงเท่านี้ก็จะทำใหเราได้ปลาที่สมบรูณ์มีคุณภาพและมาตรฐาน แถมปลาไม่ตาย มีพื้นที่พอกับเหมาะกับจำนวนปลาที่เลี้ยง และวิธีการผสมอาหารให้พอเหมาะกับปลา วันนี้ไข่เจียวจะพาไปดูวิธีเลี้ยงปลากันของ เพจ ศูนย์รวมความรู้การเกษตร โดยได้ระบุวิธีไว้ว่า


#วิธีขุดบ่อเลี้ยงปลาหมอและปลาดุกรวมกัน เมื่อลูกปลาได้ขนาด จะทำการปล่อยลงเลี้ยงในบ่อ อัตราเลี้ยงที่เหมาะสม 30-50 ตัว/ตารางเมตร หรือ 40,000-80,000 ตัว/ไร่ ส่วนวิธีปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาให้ผสมพันธุ์ และวางไข่ในบ่อเลี้ยงเลย อัตราพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 25-50 คู่/ไร่ จะได้ลูกประมาณ 50,000-100,000 ตัว/ไร่ สำหรับเกษตรกรไม่มีความเรื่องการเพราะพันธุ์ปลา อาจหาซื้อลูกปลาตามฟาร์มหรือโรงเพาะพันธุ์ ขนาด 2-3 นิ้ว (อายุ 60-75 วัน หรือ 2-3 เดือน) อัตราการปล่อยประมาณ 25 ตัว/ตารางเมตร หรือ 40,000 ตัว/ไร่ บ่อที่ใช้เลี้ยงควรขึงด้วยผ้าเขียวรอบบ่อ เพื่อป้องกันศัตรูของปลาหรือปลาปีนป่ายออกนอกบ่อ โดยเฉพาะเวลาฝนตก และอาจติดตั้งระบบการเพิ่มออกซิเจนหากคุณภาพน้ำมีปัญหา อาหารและการให้อาหาร อาหารปลาหมอและปลาดุกในระยะเลี้ยงดูในบ่อดิน ในระยะ 1-2 เดือน จะใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ระยะ 2-3 เดือน ขึ้นไป อาหารสำเร็จรูปที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 หรืออาหารเม็ดปลาดุกเล็ก ร่วมกับอาหารเสริมอื่นๆ เช่น ไรแดง ปลวก รำข้าว เป็นต้น ระยะเวลาในการเลี้ยงที่เริ่มจับขายได้ 90-120 วัน หรือประมาณ 4-5 เดือน “สิ่งที่ต้องระวังอีกอย่าง ที่ปลาจะไม่ค่อยกินอาหาร เรื่องเสียงดังต่างๆ การรบกวนจากคน ถ้าเราไปยุ่งกับบ่อมาก ปลาตกใจ ทำให้ปลาไม่ค่อยกินอาหาร 2-3 วัน มันเกิดความครียด จึงต้องระวัง”
#วิธีทำอาหารสำหรับปลาหมอและปลาดุก การทำอาหารปลาดุกและปลาหมอที่ง่าย ประหยัด ลดต้นทุน และทำให้ปลาแข็งแรง โตเร็ว เนื้อแน่น รสชาติหอมหวาน โดยมีวิธีทำง่ายๆดังต่อไปนี้ วัตถุดิบ 1.ปลายข้าว อัตรา 7 ส่วน 2.ปลาป่น อัตรา 3 ส่วน 3.รำ อัตรา 1 ส่วน วิธีการ 1.นำปลายข้าวและปลาป่นนำมาต้มให้เข้ากัน เมื่อต้มเสร็จพอให้เหลวเข้ากันแล้ว นำรำมาผสมอีกครั้ง ให้ข้นเหนียวสามารถปั้นเป็นก้อนได้ 2.จากนั้นนำมาให้อาหารปลา ด้วยการปั้นและโยนลงในบ่อ วันละ2 ครั้ง เช้าเย็น ปลาโตเร็ว เลี้ยงประมาณ 4 เดือน จะได้ปลาที่มีน้ำหนัก ประมาณ 3-4 ตัวต่อกิโลกรัม


















วิธีง่ายๆเลี้ยงปลาให้ได้มาตรฐานและตัวปลามีคุณภาพ ทำให้ปลามีราคาเพิ่มมากขึ้น
ขอขอบคุณ : ศูนย์รวมความรู้การเกษตร        เรียบเรียงโดย : kaijeaw.com

สูตรเพาะไรแดงสูตรใหม่ ไม่ต้องมีพ่อแม่พันธุ์


อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้
1. เตรียมกะละมัง
2. เอาเรนนะครับ หมายถึงดินในท้องร่องไม่ใช่โคลนนะครับ มันจะเหนียวคล้ายดินเหนียวนะครับ
3. น้ำประปาหรือน้ำสะอาดนะครับ
4. อามิอามิ หรือกากน้ำตาลแล้วแต่หาได้ครับแต่ผมใช้อามิอามิครับ
5. ผักบุ้งสดครับ ควรเป็นผักบุ้งน้ำครับ มันดีกว่าผักบุ้งที่ขึ้นบนดินครับ
6. ฝาปิดกะละมัง
7. อ๊อกซิเจน

ขึ้นตอนครับ
1. เอาดินใส่กะละมังสัก 1ส่วน 5 ของความสูงภาชนะ ให้เป็นก้อนเล็กที่สุดนะครับ กะกะเอา
2. น้ำใส่ไป สัก 3 ส่วน 4 ของความสูง
3. ใส่อามิอามิลงไปสัก 2 ช้อนกินข้าว
4. กวนให้เข้ากัน
5. ใส่ผักบุ้งไปไม่ต้องมากประมาณรูปครับ พอให้ลูกไรหลบแดดได้ครับ
6. สถานที่ที่วางควรโดนแดดเล็กน้อยไม่ต้องจัดครับหรือถ้าจัดให้เอาฝาปิดไว้ ครึ่งหนึ่ง หรือถ้าไม่มีแดดก็ได้ครับ แต่ควรมีแสงผ่านได้และไม่ควรเอาฝา ปิดไว้เปิดรับลมแสงได้เต็มที่ครับ

ในกรณีโดนแดดแรงๆ อาจเป็นน้ำเขียวได้เลยครับ
ก็เอาน้ำเขียวไปเร่งกะละมัง อื่นๆได้อีกครับ ผมเองก็เอาไปใส่กะละมังที่น้ำเป็นสีส้มครับเร่งมันได้อีกครับเพราะน้ำเขียว เป็นอาหารของไรแดงอยู่แล้วครับ
7. ปล่อยทิ้งไว้ สัก 2-3 วันถ้ามีฝ้าให้เอาอ๊อกซิเจนมาเป่าไว้ให้แรงสัก 1ส่วน3 ของภาชนะ คือให้มันตีน้ำไว้นะครับ
8. พอฝ้าน้ำหมดไป ให้สังเกตุดูว่าจะมีไรแดงเริ่มเกิดขึ้นครับ ทิ้งไว้สักวันก็ใส่อามิอามิอีกสัก 1 ช้อนครับ แล้วไม่ต้องกวน
9. สัก 2 วันก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้ครับ
10. บาง ครั้งก็อาจเอาอ๊อกออกได้ถ้าไม่มีฝ้าน้ำครับ ถ้ามีก็เอามาเป่าต่อครับ และ ถ้าในกรณีเห็นลูกไรแล้วก็เป่าวันเว้นวันก็ดีครับ เพราะถ้าเป่าแรงเกินไป หรือนานเกินไปอาจทำให้ไรหมดแรงได้ครับ
11. พอเก็บเกี่ยวไรแดงแล้วก็ใส่อามิอามิสัก 1-2 ช้อนครับ ไม่ต้องกวนนะครับ
12. ฝาปิดไว้ปิดกันแดด ไม่ให้จัดมากอย่างน้อยก็ปิดสัก ครึ่งนึง ก้นภาชนะอย่าให้ร้อนจัดครับควรหาอะไรหนุนไว้ครับ ถ้าฝนตกปิดไม่ ต้องหมดครับปิดไว้สัก 5ส่วน 6 ให้โดนน้ำฝนได้เล็กน้อย

หมายเหตุ
1. หากทำไปนานๆอาจเกิด โรติเฟอร์ได้ครับ
2. อาจมีไรหินเกิดขึ้นได้ครับ แต่ไม่เยอะ
3. ถ้าสัดส่วนดี 2 อย่างแรกไม่ค่อยเกิดครับแน่นอน
4. ถ้าใส่อามิอามิเยอะไปอาจเกิดหนอนแดงเยอะครับ หรืออาจจะเสียไปเลย

ข้อดี
1. ไรแดงที่ได้ตัวอ้วนมากๆครับ
2. ได้ผลผลิตที่เยอะกว่า น้ำเขียวครับ สูตรที่ผมให้ไปอันแรกครับ
3. การต่อเนื่องของผลผลิตดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาต่อน้ำเขียว
4. ง่ายครับ
5. ถ้าทำหลายกะละมังหมุนกันไปก็จะเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องทุกวันครับ

ที่มา: http://kasetporpeangclub.blogspot.com

ไอเดียปลูกผักกับยางรถยนต์

ไอเดียปลูกผักกับยางรถยนต์












อาหารปลาจากธรรมชาติ ง่ายมาก

อาหารปลาจากธรรมชาติ ง่ายมาก!!!!

ชมคลิป

ที่มา: เกษตรแนวใหม่ เกษตรบ้าน เกษตรคนเมือง